24/12/63

เรียนจบใหม่ เรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดี

 


เมื่อวีคที่แล้วพีชเขียนเรื่อง 

“จบใหม่ ไม่ตกงาน เพราะเขียนคอนเทนท์เป็น”

กระแสตอบรับดีม๊ากกก ออแกนิครีชคือปังปุริเย่


วันนี้พีชมาเขียนเรื่องที่เด็กจบใหม่หลายๆคนอยากรู้

คือ

“จบใหม่เรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดี”


เอาล่ะ เรามาคุยกันก่อน

ว่าฐานโครงสร้างเงินเดือนของบริษัททุกที่แตกต่างกัน

ถึงแม้ว่าเราจบมาแล้วจะมีการการันตีว่า

“ จบใหม่ได้ 15,000 บาท” ก็ตาม


ด้วยภาระค่าใช้จ่ายคนเมืองอย่างเราๆ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันไม่พอโว้ยยย

เบบี้บูมเมอร์ ผู้ใหญ่ก็จะแบบ

นั่งรถเมล์สิจะนั่งบีทีเอสทำไม

อยากจะบอกว่า ความอดทนคนเราไม่เท่ากัน

ทำไมจะต้องตื่นตีห้าเพื่อขึ้นรถเมล์ด้วยอ่าา ไม่ทำเด้อ

อ่านมาถึงตรงนี้บางคนอาจจะรู้สึกไม่ถูกใจ

ว่าทำไมรักสบายเบอร์นั้น


ถ้าคุณรู้สตอรี่ว่าดิฉันเจออะไรบ้างช่วงมหาลัย

คุณจะไม่คิดแบบนั้นเลย

ดังนั้น

“เลิกตัดสินคนอื่นก่อนนะคะ”


มา พูดต่อเรื่องเงินเดือนว่าจบใหม่เงินเดือนเท่าไหร่ดี

จริงๆเรทมันไม่ตายตัวหรอก ว่าเท่าไหร่

ในมโนภาพหลายๆคนก็อยากจะตั้งเงินเดือนสูงๆ

แต่ปากเรียกเงินไปน้อยกว่านั้น


พูดได้มั๊ยพี่จี้

เพื่อนสนิทอยากได้เงินเดือน 20k

แต่เรียกจริงๆเอาแค่ 15k เพราะกลัวว่าเค้าจะไม่รับ

แล้วเป็นไง เค้ารับ แต่สุดท้ายตัวเองไม่โอเคกับงาน

ก็ไม่ทำ ก็ลาออกอยู่ดี


เนี่ย เคสง่ายๆที่ทำให้ทุกคนเห็นภาพว่า

“เรียกน้อยเพื่อให้ได้งานมันก็ใช่ว่าจะดี”


แล้วต้องเรียกเท่าไหร่ดีอะ ทำไมไม่บอกซักที


สิ่งที่เราต้องทำคือ “ดูโครงสร้างบริษัทก่อน”

ดูว่า Job Description คืออะไร เราต้องทำอะไรบ้าง

แต่ก่อนก็จะเขียนไว้ชัดเจนแหละ

ว่าจะให้เงินเท่าไหร่ ยังไง

แต่ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้น HR เค้าไม่ใส่แล้ว

เรียกง่ายๆว่า “วัดใจ” 

ว่าจะเรียกเงินเท่าไหร่นั่นแหละ แสนแซ่บเลยคุณพี่


จริงๆเค้าก็มีในใจนะ ว่าอยากจ่ายเงินเท่าไหร่ต่อเดือน

สำหรับบุคคลากรที่จะจ้างในตำแหน่งนั้นๆ


ถัดมาเราก็มาดูว่าเราสามารถทำตามที่เค้าต้องการได้มั๊ย

แน่นอนว่าการสัมภาษณ์ต้องการทั้งพอร์ท และ สัม attitude

แต่คุณพี่ หนูเพิ่งจบใหม่มา ทำไงดี?

ไม่มีประสบการณ์ด้วยอะ ทำไงๆๆๆ


ไม่ยากเลย

เราต้องเตรียมพอร์ทของเราไป

ไม่มีประสบการณ์ใช่มั๊ย เราสร้างเอง

มีคอร์สเรียนอะไรก็ไปลง หรือสามารถทำอะไรได้ดีก็ใส่ลงไป

อารมณ์เหมือนสัมมหาลัยนั่นแหละ ไม่ต่างกันเลย


พึงสังวรณ์ไว้ว่า “ HR ไม่ใช่ผี ไม่ต้องกลัว “

สิ่งที่บริษัทอยากได้มากๆคือ

“คนที่กล้าพูด กล้าแสดงออก แต่ต้องไม่มากจนเกินไป

เพราะในบริบทสังคมไทยยังต้องการความนอบน้อมอยู่”


เงินเดือนของแต่ละคนไม่ตายตัว

ว่าจะได้เท่าไหร่ ได้มาก ได้น้อย

ถ้าเราไม่คุยกันเรื่องเงินเดือน ก็ไม่มีปัญหาหรอก


เพราะอะไรรู้มั๊ย


เพราะมันจะทำให้มีปัญหากันในอนาคตไง

ทุกคนเลยไม่คุยกันเรื่องเงินเดือน

นอกจากคนในครอบครัว อะก็บอกได้ อยากบอกก็บอก

ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก ปัญหามันจะไม่เกิด

ถ้าคนเราเคารพสิทธิ์กันและกัน โอเค๊?


เวลาเราเรียกเงินเดือน เราต้องคิดก่อนนะ

ว่าเราโอเคกับเรทนี้จริงๆมั๊ย

สมมติได้โทอิค 900 แต่เรียกเงินเดือน 13000

ทำงานเป็นวัวเป็นควา่ยก็ไม่ได้ปะ?


“อย่าลดคุณค่าในตัวเองเพียงเพื่อให้ได้งาน”


อย่าคิดว่าทำงานอะไรก็ได้

เพราะมันจะทำให้เราไม่มีความสุข

แล้วจะทำให้เราทำที่นั่นได้ไม่นาน

ที่สำคัญเสียสุขภาพจิตมากๆเลยด้วย


นอกจากเรื่องสุขภาพจิตแล้ว

ก็ยังเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายด้วยนะ

ค่ารถ ค่ากิน ค่าที่พัก ถ้าไม่คุ้มจะทำทำไม?

นอนอยู่บ้าน หางานฟรีแลนซ์ทำดีกว่า


โอกาสคนเราไม่เท่ากัน

แต่ถ้าเราพยายามมากพอ

เราจะสร้างมันขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง


ฝากไว้ให้คิด


This entry was posted in

F A C E B O O K