11/8/62

รีวิว Jujune Bingsu Jeju Volcanic Mask

อันยองฮาเซโย!

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้พีชหยิบมาส์คหน้าบิงซูชาโคล 
ของแบรนด์จูจูเน่มารีวิวให้ทุกคนได้ดูกันค่ะ ♡


หน้าตาของเค้าก็จะเป็นครีมซองแบบนี้เลย แน่นอนว่าหาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ค่ะ

น้องคนนี้มีชื่อเต็มว่า
 “Jujune Bingsu Jeju Volcanic Mask”

โดยมีสารสกัดอิมพอร์ตมาจากเกาะเจจูของประเทศเกาหลี ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารที่มีคุณค่าต่อผิวค่ะ

สารที่พูดถึง ประกอบด้วยสารหลักๆ 2 ชนิด

-ดอกดงเบก หรือกุหลาบเกาหลี
ช่วยในเรื่องของการซ่อมแซมและบำรุงผิว เพิ่มความวิ้งและใสให้ผิว

-ผงถ่านภูเขาไฟจากเกาะเจจู
ช่วยดูดซับความมันและสิ่งสกปรกออกจากผิว และยังช่วยให้รูขุมขนดูกระชับขึ้น


ภาพ Before ก็คือพังมากแม่ เหนื่อยและเบลออะไรเบอร์นั้น เห็นทีจะต้องรีเฟรชหน่อยแล้ว!!!


วิธีใช้ บีบออกมาทาให้ทั่วใบหน้า ยกเว้นรอบดวงตา
 ทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 
เท่านี้ก็ได้ดีทอกซ์ผิวพร้อมกับบำรุงผิวในขั้นตอนเดียวแล้วค่ะ


เนื้อสัมผัสนุ่มนิ่ม ละมุนผิว เป็นเหมือนเกล็ดหิมะ
มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทาลงบนผิวหน้าแล้วจะให้ความรู้สึกเย็นโดยไม่ต้องแช่เย็นก่อน

 เหมือนช่วยลดอุณหภูมิให้ผิว ปลอบประโลมได้ดีเลยทีเดียว 
วันนี้พีชคือเหนื่อยมาก เพลียมาก 
แต่พอได้ลองตัวนี้ก็เหมือนได้รีเฟรช เหมือนกับว่าได้ดีท็อกซ์ผิวด้วยหลากหลายขั้นตอนเลย


หลังใช้ทันทีพีชรู้สึกสดชื่นขึ้นจริงๆ 
แล้วในส่วนของสิวเสี้ยนแลดูลดลงด้วยนะคะ
 แต่ปลื้มที่สุดก็เป็นความเย็นที่ช่วย sooth ผิวนี่แหละ ดีต่อใจจีจี! 

สนนราคาอยู่ที่ 49 บาทไทยในปริมาณ 8 กรัม 
ถ้าถามพีชพีชว่าคุ้ม น่าลองเล่น น่าซื้อมาลองใช้ค่ะ

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆนะคะ
ไว้เจอกันใหม่ในโอกาสหน้า บ๊ายบาย!




This entry was posted in

5/8/62

รีวิวแป้งฝุ่นกันตายที่ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง


สวัสดีค่าเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกคน 
วันนี้พีชหยิบแป้งฝุ่นสองแบรนด์ที่พีชใช้แล้วใช้อีกมารีวิวให้ได้ดูกันค่ะ

โดยที่เป็นแป้งฝุ่นที่ทำให้พีชประทับใจมากๆ หมดแล้วซื้อซ้ำตลอด 
จะเป็นแบรนด์อะไร จะหน้าตาเป็นแบบไหน 
ผลการใช้งานเป็นอย่างไร ก็มาดูกันเลยค่ะ


เริ่มต้นที่ตัวแรกกันก่อนเลย ขวัญใจชาวมินิมอลลิสท์ก็ต้อง
MUJI LOOSE POWDER สี NATURAL ค่ะ
ตัวนี้จะมี 2 สี คือ NATURAL ให้ความแมท
กับ PEARL ให้ความชิมเมอร์นั่นเองค่ะ 

พีชใช้มาตั้งแต่สมัยเป็นเฟรชชี่ค่ะ ซื้อมาเพราะอ่านรีวิวในเน็ตนี่แหละ
ประกอบกับชอบแพคเกจเค้าด้วย เลยตัดสินใจซื้อไม่ยาก
แต่ข้อมูลของเค้าค่อนข้างจะหายากนิดนึง
หลักๆเท่าที่ทราบคือ เจ้าแป้งตัวนี้เค้าไม่มีส่วนผสมของพาราเบน
และไม่มีส่วนผสมของ mineral oil ค่ะ
(ในบางคนอาจจะแพ้ mineral oil แล้วทำให้เกิดการอุดตันได้ 
ทางแบรนด์ก็เคลมมาว่าใช้แล้วไม่อุดตันรูขุมขนแน่นอนเจ้าค่ะ)


ปริมาณให้มา 18 กรัม เยอะมากแม่!
ส่วนประกอบต่างๆก็คืออ่านไม่ออกเลย ข้ามมันไปเนอะ 5555


มาถึงตัวเนื้อแป้งค่ะ พีชจะบอกว่าเนื้อละเอียดและเนียนมาก
เป็นแป้งฝุ่นที่ทาลงบนใบหน้าแล้วรู้สึกเหมือนไม่ได้ทา
แต่จะบอกว่าเค้าไม่ได้ช่วยคุมมันแต่อย่างใดนะคะ
เพียงแค่ทำให้หน้าดูกระจ่างใสมากขึ้นเท่านั้น
จุดประสงค์หลักของพีชที่ใช้แป้งฝุ่นตัวนี้คืออยากให้หน้าใส
อยากทำให้หน้าดูไม่เมือกระหว่างวัน
ต้องหยิบแป้งมาเติมบ่อยๆเพราะเค้าหลุดไว
แต่ด้วยความที่เค้าใช้ง่าย ก็เลยยกให้เป็นแป้งฝุ่นกันตายตัวแรกค่ะ


ถัดมากับแบรนด์เจ้านางค่ะ แบรนด์คนไทยเพื่อคนไทย
ตัวนี้เค้ามีชื่อว่า CHAONANG DIAMOND TRANSLUCENT POWDER ค่ะ
โดยที่พีชซื้อมาเพราะทนกระแสรีวิวไม่ไหว 
ว่ากันว่าดีเลิศเลอ โอ๊ยแม่ ไม่พลาดจ้า บอกเลย 

น้องคนนี้เค้าเป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสง ที่จะช่วยคุมมัน
และยังช่วยให้หน้าดูสว่างและเปล่งประกายอีกด้วย 
เรียกได้ว่า all in one เลยทีเดียว


ปริมาณเนื้อแป้งเค้าให้มาจำนวน 6.5 กรัม ซึ่งก็ถือว่าเยอะมาก
เพราะถ้าจะให้นับจริงๆก็ใช้ได้เกิน 20-30 ครั้งค่ะ
ถ้าแค่ปัดๆด้วยแปรงก็จะใช้ได้นานกว่านี้อีก
แต่พีชใช้เบคใต้ตาเพื่อป้องกันการ fall out ของ eyeshadow 
กับใช้เหลากรามค่ะ เลยทำให้เค้าใช้ได้ประมาณ 20 ครั้ง 


เนื้อแป้งของเค้าคืออนูเล็ก ละเอียดมากๆ
และเนื่องจากเค้าเป็นแป้งฝุ่นชนิดโปร่งแสง 
จึงทำให้เข้าได้กับทุกสีผิว ไม่ว่าจะขาวมากเวอร์ หรือน้ำผึ้งเก๋ๆ
เป็นแป้งที่ไม่ทำให้ใบหน้าดูดรอประหว่างวัน
ช่วยทำให้หน้าผ่อง และช่วยคุมมันได้อย่างดีมากๆเลยค่ะ
ในส่วนของริ้วรอยบนใบหน้า แป้งตัวนี้ก็ช่วยกระจายแสงทำให้ดูตื้นขึ้น
ทั้งยังมีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid ที่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ไม่แห้งแตก
และ PCA Group ที่เค้าเป็นอนุพันธ์จากกรดอะมิโน 
(เป็น NMF - Natural Moisturizing Factor) อีกด้วยนะคะ

ส่วนตัวใช้มา 3 กระปุกแล้ว ชอบมาก ของดีไม่ต้องพูดเยอะค่ะ ลองเองเลย
ราคา 319 บาท ขนาด 6.5 กรัม มีการจัดโปรโมชั่นบ่อยมาก!
ซื้อได้ที่ TOPS, Eve and boy, Lotus และเพจเจ้านางเลยค่ะ


เรามาดูเนื้อแป้งฝุ่นสองตัวนี้กันชัดๆเลยเนอะ

ในส่วนของมูจิ เนื้อแป้งค่อนข้างละเอียด
เป็นแป้งที่คุณสมบัติคล้ายแป้งเด็กที่ทาแล้วทำให้ผิวหายมัน ทำให้ผิวแห้ง

ในส่วนของเจ้านาง เนื้อแป้งละเอียดเช่นกัน 
เพิ่มเติมคือมีความกระจายแสงมากกว่าและดูมีความชุ่มชื้นมากกว่าค่ะ


สาธิตตัวอย่างการใช้งานแป้งฝุ่นให้ดูกันนะคะ
การที่ทาทั่วทั้งหน้าด้วยพัฟก็ค่อนข้างจะเบสิค ทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว
แต่วันนี้นำวิธีการเบคหน้ามาให้ทุกคนดูกันค่ะ
เพราะว่าวิธีนี้จะช่วยให้รองพื้นและเมคอัพเราติดแน่น ติดทนมากขึ้น
และยังช่วยให้ใต้ตาเราไม่เลอะด้วยนะคะ


ทางด้านของเจ้านางเค้าก็จะค่อนข้างแน่นกว่า
เพราะว่าเป็นแป้งโปร่งแสง คุมมัน และมีส่วนผสมที่มากกว่าค่ะ

แต่ทางด้านของมูจิก็จะให้ลุคสบายๆเบาๆนั่นเองค่ะ


สรุป พีชว่าแป้งสองตัวที่หยิบมารีวิวให้ดูค่อนข้างดีเลยทีเดียว
สำหรับการใช้งานที่ผ่านๆมา เลยอยากแนะนำให้เพื่อนๆลองใช้น้องๆเค้าดูค่ะ

ไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้านะคะที่รักทุกคน
บ๊ายบายค่ะ


This entry was posted in

3/8/62

รีวิว บัตรเครดิตนักศึกษา


หลายๆครั้งที่เราอยากกดซื้อของออนไลน์ 
อยากกดซื้อของเซลล์จากต่างประเทศ 
อยากซื้อของแต่แลกเงินไปไม่พอจ่ายตอนเที่ยวอยู่ต่างประเทศ 
อยากผ่อนมือถือ กล้อง ฯลฯ ด้วยตัวเองแต่ไม่รู้จะทำยังไงดี


วันนี้พีชจะมาแนะนำบัตรเครดิตที่นักศึกษาทำได้
โดยไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือนค่ะ

บัตรเครดิตที่กำลังพูดถึงอยู่นี้ เป็นบัตรเครดิตสำหรับนักศึกษาของ ธ.กรุงศรีค่ะ
(บอกก่อนว่ามีหลายธนาคารเลยที่ทำบัตรเครดิตสำหรับนักศึกษานะคะ 
พีชไม่ได้บอกว่าเจ้านี้ดีที่สุด แต่พีชเลือกเจ้านี้เพราะใช้วงเงินน้อยที่สุดค่ะ)

บัตรเครดิตแบบนี้ต้องการใช้เงินค้ำประกันค่ะ
ซึ่งเงินค้ำประกัน = วงเงินที่จะได้
โดยที่เริ่มต้นตั้งแต่ 10,000 ถึง 40,000 บาท
(เรียกง่ายๆว่าถ้าวางเงินค้ำเท่าไหร่ก็ได้วงเงินเท่านั้น 100%)

สิ่งที่เราต้องมีคือบัตรประชาชน และ เงิน จะสดหรือจะโอนก็ได้ค่ะ
(+บัตรนักศึกษาที่ยังไม่หมดอายุ)

โดยเงื่อนไขคือต้องเปิดบัญชีของทางกรุงศรี
เพื่อที่จะนำเงินเข้าไปฝากแล้วอายัติไว้ก่อน
โดยเราจะสามารถเช็คยอดเงินของเราที่เอาไปนอนไว้ในบัญชีได้ผ่านแอพ KMA ค่ะ
โดยเงินจำนวนนี้เราจะไม่สามารถใช้ได้
จนกว่าจะปิดบัตรเครดิตและปิดบัญชี

จากนั้นก็ทำเรื่องทำบัตรเครดิต
รอประมาณ 2 อาทิตย์ก็จะได้บัตรพร้อมวิธีการเปิดใช้บัตรแนบมาในซองจดหมายค่ะ

วิธีการเปิดใช้บัตรมี 2 แบบ

1.โทรไปเปิดกับทางกรุงศรี
2.เปิดด้วยตัวเองผ่านแอพ UChoose

พีชเลือกแบบที่ 2 เพราะสะดวกดีค่ะ ง่ายด้วย

อ่านมาถึงตรงนี้คุณๆทั้งหลายอาจจะคิดว่า

“แล้วทำไมไม่เอาเงิน 10,000 - 40,000 ที่มีไปซื้อของเลยล่ะ
จะเอามาฝากอายัติทำบัตรเครดิตทำไม”

คำตอบที่พีชจะให้คุณได้ ก็คือมันสะดวกค่ะ
สะดวกมากจริงๆ พกบัตรแค่ใบเดียวก็สามารถทำอะไรได้หลายอย่างเลย

ยกตัวอย่างเช่น 

อยากซื้อ อยากกดของออนไลน์จากเว็ป ทั้งไทยและต่างประเทศ 
ลำพังของประเทศไทยก็หักเดบิตได้อยู่หรอกค่ะ 
แต่ถ้าเป็นของต่างประเทศหลายๆเว็ปเค้ารับแค่บัตรเครดิตน๊า

(พีชได้บัตรมาวันแรกก็โดนโกงเลยจ้า 
เดี๋ยวมาเล่าในกระทู้ถัดไปว่าโดนยังไง แล้วต้องทำยังไง)

นอกจากการที่เราจะสามารถกดของออนไลน์ได้แล้ว 
เราก็สามารถผ่อนของได้ด้วย เช่นไอโฟน มีโปร 0% เป็นเวลา 10 เดือน
 ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนภายในครั้งเดียว แบ่งชำระได้ ก็ดีไปอีกแบบค่ะ

ประการถัดไปคือถ้าเราใช้บัตรเครดิต เราก็จะได้แต้ม 
โดยหลายห้างร้านค้าเค้าก็จะมีโปร 1,000 แต้ม แลก 100 บาท 
แลกไมล์บิน แลกเครดิตเงินคืน ฯลฯ 
ตรงเนี้ย พีชมองว่ามันเป็นประโยชน์
ดีกว่าใช้เงินไปหมดโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย

สำหรับใครที่คิดว่าบัตรเครดิตคือการสร้างหนี้สินให้ตัวเอง
 มันไม่จริงเสมอไป เพราะถ้าเรารู้จักใช้มัน ก็มีแต่จะได้ประโยชน์ค่ะ

ในส่วนของการใช้จ่ายผ่านไปแล้ว
 มาพูดถึงส่วนของการจ่ายบิลค่าบัตรบ้างเนอะ

วิธีชำระค่าบัตรเครดิต

1.รอบิลแล้วนำไปจ่ายที่ธนาคาร
2.จ่ายที่ตู้ ATM
3.จ่ายที่ตู้อัจฉริยะ อันนี้ชอบมากเคยเล่นที่พารากอน
4.จ่ายผ่านแอพ KMA


*ทุกช่องทางเราสามารถเช็คสถานะได้หลังจากจ่ายผ่านแอพ UChoose นะคะ*

บอกนิดนึงว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้ครบรอบบิลแล้วค่อยจ่ายก็ได้นะคะ
(เพื่อหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยที่เกิดภายหลัง
แล้วจะกลายเป็นดินพอกหางหมูพาลให้ติดแบล็คลิสท์เครดิตบูโร) 

อย่างพีชเองเป็นคนขี้ลืมมาก กลัวโดนดอกเบี้ยด้วย 
ทุกๆครั้งหลังการใช้จ่ายใดๆพีชก็จะโอนเงินเข้าบัญชีกรุงศรีที่เปิดไว้เพื่อทำบัตร 
แล้วกดชำระค่าบัตรที่ได้ใช้ไป เท่านี้สถานะการใช้จ่ายเราก็จะกลับมาได้วงเงินเต็มเหมือนเดิมแล้วค่ะ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่สนใจนะคะ
ถ้ามีคำถามอะไรสอบถามได้เลยค่า :) 

รัก

This entry was posted in

22/7/62

รีวิวสอบโทอิคครั้งแรกยั่วๆ | TOEIC 700+


สวัสดีค่ะพ่อแม่พี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหาย แฟนเพจและทุกๆคน 
วันนี้พีชจะมาเขียนรีวิวเกี่ยวกับเรื่องการไปสอบโทอิค (TOEIC) ค่ะ
ซึ่งเป็นการสอบครั้งแรกของพีช ถ้าเขียนอะไรผิดพลาดไปต้องขออภัยด้วยนะคะ

ถ้าใครชอบฟังมากกว่า กดจิ้มคลิปเลยค่ะ


TOEIC เป็นการสอบเน้น Listening และ Reading ค่ะ
เป็นสกิลที่ต้องใช้ในการทำงานอยู่แล้ว ในระยะหลังมานี้หลายๆบริษัทก็ require 
ว่าต้องการคะแนนเท่านี้ๆ เช่น 550 ขึ้นไปสมัครแอร์ได้ อะไรประมาณนี้ค่ะ

การสอบโทอิคพีชรู้สึกว่าจะมี 2 แบบ
คือแบบจอง และ แบบ walk-in นะคะ
พีชเอาชัวร์ เลยโทรจองค่ะ แจ้งรายละเอียดต่างๆ นัดหมายให้เรียบร้อย

ขั้นตอนที่สำคัญมากๆคือการเตรียมตัวค่ะ
พีชใช้เวลาฝึก 2 วัน ไฟแลบมากแม่
โดยการเปิด pantip เพื่อหารีวิว หาเอกสารแจกฟรี

พอได้เอกสารมาแล้วก็พยายามทำแล้วจับจุดโจทย์ 
แนะนำให้ตอบแบบเป็นมนุษย์ที่สุด
เช่น ถ้าเค้าถามทำไม เราก็คงไม่ตอบว่าไปเที่ยว ถูกมั๊ยคะ
ดังนั้น การฟัง Keyword สำคัญมากๆ (พวก WH Question ค่ะ)

จำได้ว่าแต่ละพาร์ทมีประมาณ 150 ข้อนะคะ
การฟังจะฟังได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก็ต้องสกิม สแกนสายตาไปที่ข้อถัดไปตลอดค่ะ
พีชหลุดบ่อยมาก อ๊อง เอ๋อ มึน งง

มาถึงพาร์ท reading 
จะสอบติดกันหลังจากสอบ listening เลย ซึ่งตรงนี้ไม่แนะนำให้อ่านโจทย์อย่างละเอียดทุกข้อ
เพราะมันจะไม่ทันเวลา บางคำถามสามารถดูคำระหว่างช่องว่างแล้วตอบได้เลย

ยกตัวอย่างเช่น Elsa ___ a witch. 
a) are b) is c) love d) hate
มี Subject มี Complement ขาดอะไรเอ่ย? ขาด Verb นั่นเองค่ะ
อ้าว ชอยส์เป็น Verb หมดเลย เอาแล้วจุ้ย
เรามาดูกันก่อน ว่า Elsa สามารถแทนได้ด้วย She (he)
ดังนั้น การตอบ a c และ d จึงเป็นคำตอบที่ผิดค่ะ
เพราะ are ใช้กับพหูพจน์
และเวิร์บปกติต้องใส่ s ข้างหลังนั่นเอง

อีกตัวอย่างนึงแล้วกันเนอะ Elsa is a ___ witch.
มี S มี V มี C แล้ว เอ๊ะ ขาดอะไรล่ะ?
เราก็มาดูตรง a ___ witch ที่เป็นคำนาม
หากชอยส์มี a) beautifully b) beautiful c) most beautiful d) more beautiful 
คำตอบก็คือ b เพราะในตำแหน่งนี้สามารถใส่ได้แค่ adj. เท่านั้นค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็จะต้องทบทวนเรื่อง part of speech กันหน่อยน๊า
เพราะจะมีชอยส์เทือกๆนี้หลอกเยอะมาก
บางทีเขียนประโยคความซ้อนมายาวมากเวอร์
แยกคำว่า more กับ than ออกจากกัน อะไรประมาณนี้ก็มีค่ะ 

หลังจากที่เป็นพวกแกรมม่าร์ ก็จะมีให้เติมคำ
และมี passage ยาวๆให้อ่าน ซึ่งตอนนี้ล้าแล้ว
น้องเหน่ย ทำไม่ทันประมาณ 20 ข้อเลยค่ะ น้ำตาจะไหล 5555
เอาเป็นว่าขออให้มีสมาธิ สติ และร่างกายที่แข็งแรงก่อนไปสอบกันนะคะ

สรุป พีชสอบได้ 705 คะแนน ถามว่าเยอะมั๊ย ก็ไม่เยอะเท่าไหร่
แต่อยากมาแบ่งปันประสบการณ์ให้เพื่อนๆได้อ่านกัน

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนนะคะ :D

ปล. เปิด youtube หาทริคจากครูเบิร์ด ครูดิว
และฝึกทำข้อสอบเก่าๆก็ช่วยได้เยอะค่ะ
พีชฝึกไป 2-3 ชุด เพราะเวลามันน้อยมาก ประกอบกับแพนิค และ ล้า
สู้ๆนะคะทุกคน!!

This entry was posted in

F A C E B O O K

INSTAGRAM